|

นโยบายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
บริษัท ตระหนักถึงความสำคัญของสังคม
ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จึงกำหนดนโยบายให้ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับยึดถือปฏิบัติเพื่อสร้างสรรค์และ
พัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้ดียิ้งขึ้นไป
บริษัทได้สนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่องมา
เป็นระยะเวลานาน ดังนี้
ด้านสังคม
o ด้านยาเสพติด
เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาระดับประเทศ
และได้แทรกซึมไปสู่สถานที่ต่างๆ รวมทั้งสถานที่ทำงาน
ซึ่งถือเป็นภัยที่ร้ายแรง
บริษัทจึงได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบการตามโครงการ
"โรงงานสีขาว" ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
โดยแต่งตั้งให้คณะกรรมการสวัสดิการของบริษัท
เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ และมีการสุ่มตรวจพนักงานเพื่อตรวจหาสารเสพติดตามความจำเป็น
ซึ่งหากพบความผิดปกติ พนักงานจะได้รับการบำบัดดูแล
o ด้านการลดปัญหาเรื่องโรคเอดส์
บริษัท มีนโยบายการบริหารจัดการเรื่องโรคเอดส์
โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อ
และให้การช่วยเหลือเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
รวมทั้งการให้ความรู้แก่พนักงานเพื่อจะช่วยลดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคเอดส์มาตลอด
และในปี 2550 บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารจัดการ
เรื่องเอดส์ในสถานประกอบการ ระดับเงิน
ตามเกณฑ์ของ AIDS - response Standard
Organization
(ASO Thailand) จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
กระทรวงแรงงาน และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
o การว่าจ้างคนพิการ
บริษัท มีนโยบายการว่าจ้างคนพิการเข้าทำงานในตำแหน่งต่างๆ
เพื่อสร้างรายได้ให้คนพิการและทำให้คนพิการเหล่านี้รู้สึกมีคุณค่าสามารถพึ่งพาตนเองได้
ด้านการศึกษา
เพื่อเป็นการพัฒนาความรู้และเสริมประสบการณ์บริษัทจึงเปิดให้คณาจารย์และนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั้งกรุงเทพฯ
และต่างจังหวัด เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต
อีกทั้งยังแลกเปลี่ยนความรู้กับสถาบันการศึกษาเกี่ยวกับบุคลากร
และทักษะที่ต้องการ ซึ่งทำให้นักศึกษาสามารถปรับพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพ
และพร้อมที่จะทำงานเมื่อสำเร็จการศึกษา
ด้านศาสนา
บริษัท มุ่งส่งเสริมและทำนุบำรุงศาสนาโดยให้พนักงานเห็นคุณค่าของขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม
และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่อง
อาทิ
สนับสนุนให้จัดพิธีกรรมทางศาสนาในวันสำคัญๆ
เช่น นิมนต์พระมาปาฐกถาธรรม ทำบุญตักบาตรและถวายสังฆทานในวันขึ้นปีใหม่
ร่วมทอดกฐิน ผ้าป่า
และบริจาคเงินให้วัดต่างๆ
ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
บริษัท ได้กำหนดนโยบายความปลอดภัย
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ใน
การป้องกันอุบัติเหตุ และอุบัติภัย
เพื่อให้เกิดสวัสดิภาพแก่ชีวิต ทรัพย์สิน
แก่พนักงาน ลูกค้า และผู้มาติดต่อ
ในเรื่องความปลอดภัย บริษัทได้จัดสภาพการทำงานและวิธีการทำงานที่ปลอดภัย
ตลอดจนสร้างจิตสำนึกโดยการฝึกอบรมให้กับพนักงาน
และจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้เหมาะสมตามสภาพการทำงาน
และสภาพแวดล้อมการทำงาน มีการส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพ
อนามัยที่ดี จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงาน
และจัดกิจกรรมให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสุขภาพ
พร้อมทั้งมีลานกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ
ด้านสภาพแวดล้อม
บริษัท ได้จัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน
และรอบบริเวณบริษัท โดยการปลูกต้นไม้
จัดสวนหย่อม สร้างบรรยากาศและพัฒนาคุณภาพชีวิตในการทำงาน
กิจกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในรอบปี
2551
การลดปัญหาภาวะโลกร้อนจากปัญหาภาวะโลกร้อนหรือภาวะภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย
บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวจึงมีแนวนโยบายที่จะช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน
อาทิเช่น การปลูกจิตสำนึก
ให้พนักงานมีการประหยัดพลังงานไฟฟ้าทั้งใน
และนอก สถานที่ทำงาน การเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบริษัท
และเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2551 คณะผู้บริหารและพนักงาน
ได้จัดกิจกรรม "ธนูลักษณ์ รวมใจปลูกป่าลดภาวะโลกร้อน"
ครั้งที่ 1 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ
80 พรรษา
ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์นิเวศ
แห่งความร่มรื่น ตามเป้าหมายโครงการสวนกลางมหานคร
เพื่อพัฒนาพื้นที่สีเขียวของป่าในเมืองให้เป็น
"ปอด" ฟอกอากาศให้กับชุมชนเมืองในเขตกรุงเทพฯ
และปริมณฑล
โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ
จากปัญหาการล่าช้างและการรุกรานที่อยู่อาศัยทำให้ช้างไทยกำลังใกล้สูญพันธ์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงมีความห่วงใยและได้พระราชทานแนว
ทางแก้ไขปัญหาด้วยการพระราชทานให้มีการดำเนิน"โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติ"
ในพระราชดำริ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ
โดยมี
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นประธานกรรมการมูลนิธิ
ผลิตภัณฑ์ ARROW ของ บมจ. ธนูลักษณ์
ร่วมกับ บมจ. ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล
ได้เข้าร่วมโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาตินี้
ด้วยการจัดให้มี
"โครงการช่วยช้างกลับบ้าน"
โดยการจัดทำผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นพิเศษ
"ช่วยช้างกลับบ้าน" เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งสมทบ
โครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติในพระราชดำริ
เพื่อช่วยให้ช้างไทย 8 เชือก ได้กลับคืนสู่ป่า
โดยปี 2550 ได้ช่วยช้างกลับบ้าน 1
เชือก
ในปี 2551 ได้ปล่อยช้างไปอีก 4 เชือก
โดยให้กลับคืนสู่ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา
จังหวัดลพบุรี 2 เชือกและพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง
จ.ลำปาง อีก 2 เชือก
ด้านการศึกษา
1. บริจาคเงินให้แก่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
จำนวน 1,000,000.- บาท ในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์
สำหรับ "อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์"
ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างเพื่อเป็นศูนย์การรักษาโรคซับซ้อนและเป็นสถานที่สำหรับการเรียนการสอน
รวมทั้งเป็นแหล่งวิจัยทางการแพทย์
อีกหลายแขนงในระดับนานาชาติ
2. ให้ทุนการศึกษาเพื่อเป็นการพัฒนาเยาวชนอันเป็นรากฐาน
และบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ อาทิเช่น
มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ณ โรงเรียนสายมิตรเทคโนโลยี
อ.กบินทร์บุรี จำนวน 8 ทุน เป็นเงินจำนวน
16,000.- บาท เป็นต้น
อนึ่ง บริษัทฯ ไม่เพียงสนับสนุนการศึกษาในระดับเยาวชนเท่านั้น
หากยังให้ความสำคัญต่อการพัฒนางานวิจัย
โดยได้สนับสนุนโครงการสำรวจและวิจัยมาตรฐาน
ขนาดรูปร่างคนไทย ( Size Thailand
) ของศูนย์เทคโนโลยีอิเลกทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
เป็นชุดสแกน รวมทั้งสิ้นจำนวน 12,564
ชุด ซึ่งหากมีการซื้อขาย
จะเป็นมูลค่าตลาดรวมทั้งสิ้น 5,000,000
บาท
3. สนับสนุนการประกวด Saha Group
Young Designer ครั้งที่ 8 ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่แสดงฝีมือและมีโอกาสได้เรียนรู้งานด้านแฟชั่น
และร่วมงานกับบริษัทในเครือสหพัฒน์
ด้านศาสนาและสืบสานศิลปะและวัฒนธรรมไทย
ศาสนาเป็นเครื่องกล่อมเกลาจิตใจให้คนดำรงชีวิตในแนวทางที่ดีงามและพอเพียง
ทุกปีบริษัทได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินและทอดผ้าป่าถวาย
ณ วัดต่างๆ
เพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
รวมทั้งจัดให้มีการใส่บาตรเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้เพื่อเป็นการสร้างกุศลและเสริมสร้างความสามัคคีให้กับพนักงาน
ในปีนี้จึงได้จัดกิจกรรมทำความสะอาด
ในโครงการ "ธนูลักษณ์ รวมใจทำนุบำรุงศาสนา"
ณ บริเวณวัดช่องนนทรี เมื่อวันอาสาฬหบูชา
ด้านการสืบสานศิลปะและวัฒนธรรมไทย
จัดให้ผู้บริหารและพนักงานได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการทำบุญต่างๆ
อาทิเช่น กิจกรรมหล่อเทียนพรรษา จัดขบวนแห่เทียน
ไปถวายที่วัดช่องนนทรี กิจกรรมวันสงกรานต์
เป็นต้น
กิจกรรมสาธารณประโยชน์
1. บริจาคเงินให้แก่มูลนิธิดร.เทียม
โชควัฒนา เนื่องในวันครบรอบการถึงแก่กรรมของอดีตท่านประธานดร.เทียม
โชควัฒนา
วันที่ 29 มิถุนายน 2551 จำนวน 100,000.-
บาท เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของมูลนิธิ
2. บริจาคเงินแก่ มูลนิธิ ดร.เทียม
โชควัฒนา จำนวน 500,000.- บาท เมื่อวันที่
12 ธันวาคม 2551 ในการจัดตั้งกองทุนเพื่อศาสนกุศล
อันเป็นการสืบสานปณิธานของ ดร.เทียม
โชควัฒนา อดีตประธานและผู้ก่อตั้งเครือสหพัฒน์ที่มุ่งเน้นให้บริษัทในเครือฯดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม
และสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมประเทศชาติและศาสนา
ซึ่งกองทุนนี้ต่อไปจะเป็นศูนย์กลางการทำกิจกรรมศาสนกุศลของกลุ่มบริษัทใน
เครือสหพัฒน์และบริษัทพันธมิตรของเครือสหพัฒน์
3. บริษัทฯตระหนักถึงการให้"ชีวิต"
ซึ่งเป็นการให้ที่ประเสริฐที่สุด
จึงได้ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ
สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต
โดยเชิญชวนให้ผู้บริหารและพนักงานร่วมกันบริจาคอย่างต่อเนื่องมากกว่า
5 ปี ซึ่งได้รับปริมาณโลหิตมากกว่า
1,000 หน่วย
การพัฒนาคุณภาพชีวิตของพนักงาน บริษัทฯ
คำนึงถึงและให้ความสำคัญในการบริหารจัดการ
ดูแลทุกข์สุขของพนักงานในองค์การ
ให้เกิดความสมดุล
มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งนี้บริษัทฯ
ได้มีระบบจัดการตามมาตรฐานความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย
( มรท.8001-2546 ) ซึ่งในปี 2551
บริษัทฯ
ได้รับใบรับรองระบบมาตรฐานดังกล่าว
ระดับสมบูรณ์ ทั้งที่บริษัท ธนูลักษณ์
จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
และสาขาลำพูน
ในปีนี้ บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษขึ้น
จากเมื่อคราวสภาวะค่าครองชีพภายในประเทศสูงขึ้นมาก
บริษัทฯ ได้จัดหาสินค้าอุปโภคบริโภค
มาจัดจำหน่ายให้พนักงานในราคาพิเศษอาทิเช่น
ข้าวสาร , อาหาร , ของใช้ประจำวัน
, ตั๋วรถโดยสาร ฯลฯ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของพนักงาน
นอกจากนี้มีได้ส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้เรื่องต่างๆ
อาทิเช่น การป้องกันโรค Aids คุณแม่คุณภาพ
การสอนอาชีพเสริม การตรวจสุขภาพประจำปี
เป็นต้น
เพื่อให้พนักงานนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว
|